call center

091-772-9899

News & Events

สักการะพระบรมศพ ...ทำไมต้องรอนาน

สักการะพระบรมศพ ...ทำไมต้องรอนาน ?

แม้เหตุการณ์ความสูญเสียที่สะเทือนใจของคนไทยจะล่วงไปเกือบสองเดือนแต่บรรยากาศที่ท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังก็ยังเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่ตั้งใจมาถวายความอาลัย สักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นจำนวนมาเต็มพื้นที่สนามหลวงตั้งแต่เวลาเช้ามืด โดยจากการสำรวจของ กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ระบุว่ามีคนมารอในช่วงเช้ามากถึง 20,000 โดยเฉลี่ยแล้วเกือบทุกคนใช้เวลารอ 8 - 10 ชม. แม้ว่าจะมาตั้งแต่เช้ามืดก็ตาม 

ด้วยความที่อยากรู้ว่าทำไมถึงรอนานเช่นนั้น เราก็ต้องไปสัมผัสเอง... 

ทันทีที่มาถึงท้องสนามหลวงเวลาตี 5 นิดๆ ภาพที่เห็นคือแถวของผู้คนที่มาเฝ้ารอสักการะพระบรมศพยาวอยู่รอบสนามหลวง เนื่องจากเป็นช่วงเช้ามืด และไม่มีบอลลูนเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงว่าปลายแถวอยู่ที่ไหน ทำให้ต้องใช้เวลาสักพักเพื่อหาจุดต่อคิว ถ้าโชคดีก็เจอเร็ว 

จนเวลา 5.30 ถึงได้ต่อที่ปลายแถวจริงๆ ซึ่งขณะนั้นปลายแถวอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จากจุดที่ยืนอยู่เห็นได้ชัดว่าแถวมีความยาววน 1 รอบครึ่ง สนามหลวง ก่อนที่จะไปเข้าเต้นท์พักคอย เพื่อรอเข้าพระบรมมหาราชวังต่อไป โดยประชาชนจำนวนมากนั้น ก็มาจากทั้งกรุงเทพ และต่างจังหวัดที่มาเอง และมากับกระทรวงมหาดไทยจำนวน 3,000 คน 

หากว่ากันตามตรงแล้วเราไม่อาจทราบได้ว่า ใครเป็นคนแรกที่มาต่อแถว เพราะมีหลายๆคนรอตั้งแต่ก่อน 04.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่เจ้าหน้าที่ให้ระชาชนเข้าสนามหลวงได้ โดยสามารถเดินเข้าพื้นที่ผ่าน 4 จุดคัดกรองคือ แถวกรมการรักษาดินแดน (รด.),ถนนกัลยาณไมตรี, ด้านถนนพระจันทร์ และฝั่งโรงแรมรัตนโกสินทร์ ทำให้การจัดแถวเข้าคิวไม่สามารถชี้ชัดลำดับได้ว่าใครมาก่อนหลัง ซึ่งแถวเริ่มขยับเข้าพระบรมมหาราชวังในเวลา 05.00 น. 

ในระหว่างที่ยืนรอแถวรอบนอกนั้น จะสังเกตุได้ว่า จำนวนเจ้าหน้าที่ที่ดูแลแถวนั้นมีน้อย กว่าในช่วงฟ้าสว่าง ทำให้การเดินแถวนั้นมีความสับสนเล็กน้อย จากปกติที่ต้องต่อแถวตอนเรียงสี่ บางช่วงก็กลายเป็น 5 เป็น 6 แถวตอน ซึ่งไม่ได้เกิดจากการแซงคิวของใคร แต่ด้วยความที่ประชาชนมีทั้งหลากกลุ่มวัย ทำให้การเดินแถวมีทั้งช้าและเร็วไม่เสมอกัน อาจเกิดเหตุการณ์แถวร่นได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้เดินตรวจตราเป็นระยะทำให้แถวของผู้คนไม่สับสนมากนัก 

จวบจนพระอาทิตย์ขึ้นสว่างในเวลา 9.00 น. เป็น 3 ชั่วโมงกว่าๆที่ยืนรอ เราถึงได้เดินเข้าไปในพื้นที่เต๊นท์พักคอยในสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยประชาชนที่มาจากแถวรอบนอกจะต้องมาอยู่ที่จุดรอคอยชั่วคราวก่อนที่เป็นส่วนแรกก่อน เพื่อเข้าไปที่เต๊นท์พักคอยที่แบ่งตามตัวอักษร “ก ข ค ง จ ฉ ช ซ” อีกที ในส่วนของจุดรอคอยชั่วคราวนั้นมีเก้าอี้บริการให้ โดยระหว่างรอให้เต๊นท์พักคอยมีที่ว่าง ก็มีจิตอาสาบริการแจกอาหารและน้ำดื่มไม่ขาดสาย หรือจะลุกไปรับเองก็ได้ ซึ่งการรอคอยส่วนนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.นิดๆ โดยในเวลา 10 โมงกว่าๆ เราก็ได้ไปยังเต๊นท์ที่พักคอย เพื่อรอเข้าพระบรมมหาราชวังแล้ว 

ในเต๊นท์พักคอยแต่ละตัวอักษรนั้น จะรองรับคนได้ 1,600 คน โดยการคอยส่วนนี้จะถือว่านานที่สุด เพราะเราจะต้องรอให้ถึงคิว โดยการปล่อยแถวไปยังพระบรมมหาราชวังนั้น จะเรียงตามตัวอักษร เช่น ประชาชนได้นั่งเต๊นท์ จ. ก็ต้องรอเจ้าหน้าที่ ปล่อยเต๊นท์เรียงตามอักษรไปเรื่อยจนวนมาที่ จ. อีกรอบ โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม.กว่าๆ ถึงจะมีการเคลื่อนย้ายคนออกจากเต๊นท์ที่พักคอย 
ระหว่างที่รอนั้น ประชาชนสามารถเดินออกไปทำธุระส่วนตัวได้ หรือจะไปต่อคิวหารอรับข้าวได้ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยแจกบัตรลาแถวให้ เพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามามั่วนั่งคอยในเต๊นท์พักคอย ในส่วนนี้ไม่มีการมั่วคิวจะทำได้ยากมากแน่นอน เพราะด้วยระยะเวลาที่รอนาน ทำให้เราได้พูดคุยกับคนรอบข้างที่มารอแถวพร้อมกับเรา ซึ่งป้องกันคนแปลกหน้าได้ดี 

บรรยากาศของการรอคอยนั้น แม้จะมีอากาศร้อนแต่ก็ได้พัดลมในเต้นท์คอยบรรเทา โดยการแจกอาหารแม้จะมีเดินให้บริการถึงที่นั่งอย่างทั่วถึง อาจมีบางเมนูเราก็อาจจะไม่ได้ทาน เพราะอาจหมดก่อนที่จะถึงที่เรา ส่งผลให้บางคนที่อยากกินจริงๆยอมไปต่อแถวรอรับอาหารเอง ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าการแจกอาหารนั้นมีการแบ่งโซนชัดเจนว่า อาสาสมัครคนไหนรับผิดชอบเต๊นท์ไหน ทำให้การแจกจ่ายมีระเบียบมากกว่าก่อน 

น.ส.จินตนา ปิดพยันต์ อายุ 51 เจ้าของธุรกิจส่วนตัว หนึ่งในผู้ที่มารอคอยตั้งแต่ตี 5 เล่าให้ฟังว่า การรอนานนั้นไม่ได้ทำให้ตัวเองลำบากเลย เพราะเต็มใจรอ และเตรียมใจแล้วว่าอาจจะรอถึงตอนค่ำๆเลยก็ได้ ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เข้าสักการะพระบรมศพกี่โมง แต่คาดหวังว่าจะวันนี้จะต้องได้เข้าพระบรมมหาราชวังสมความตั้งใจ 

“ก่อนหน้านี้ไม่ได้ทราบข่าวที่ กอร.รส. แนะนำให้มาช่วงบ่ายๆของวันธรรมดา เพราะจะใช้เวลารอน้อยกว่ามาตั้งแต่เช้ามืด อาจะเป็นมัวแต่ทำงาน เลยทำให้ตกข่าวนี้ก็ได้ ในส่วนของการทำหน้าที่ของจิตอาสานั้นก็ดี ทั้งเรื่องอาหารการกิน และการอำนวยความสะดวก อย่างไรก็ดีวันนี้ก็เตรียมตัวมาแล้ว พกทั้งยาดม พัด มาเอง ส่วนตัวคิดว่าการรอคอยนั้นคุ้มค่าแน่นอน เมื่อได้เข้าไปสักการะพระบรมศพ” จินตนา กล่าวพร้อมรอยยิ้ม 

เวลาล่วงเลยไปยังช่วงเย็น ราว 4 กว่าๆ ความเหนื่อยล้าของคนที่มาเฝ้ารอ เริ่มปรากฏเห็นได้ชัด แต่พลันที่เจ้าหน้าที่บอกว่าให้เตรียมตัวเคลื่อนย้ายไปที่เต๊นท์หน้าประตูวิเศษไชยศรี เสียงของความดีใจเริ่มมีขึ้น โดยต่างพากันเดินออกไปอย่างเป็นระเบียบ ทั้งนี้เต๊นท์หน้าพระบรมประตูวังนั้น รองรับคนได้ประมาณ 1,300 คน ซึ่งระหว่างทาง มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจเครื่องแต่งกาย ซึ่งการรอคอยที่เต๊นท์นี้ ใช้เวลาไม่นานไม่ถึง 1 ชั่วโมง (แล้วแต่สถานการณ์ ในช่วงที่มีพระราชพิธีพอดี ก็จะใช้เวลานานหน่อย) ก็ได้เดินเข้าไปยังเขตพระบรมมหาราชวัง ผ่านประตูวิเศษไชยศรี (หากได้เข้าก่อน 16.00 น. จะได้เข้าทางประตูมณีนรัตน์แทน) 

ทันทีที่เดินเข้าไปในเขตพระบรมมหาราชวัง บรรยากาศภายในเงียบสงบ ภายใต้ดวงอาทิตย์ที่กำลังลาลับขอบฟ้า ผู้คนเริ่มมีความหวัง เพราะอีกไม่นานจะได้เข้าสักการะพระบรมศพ ก่อนที่จะเข้าไปในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนั้น จะต้องยืนรอคิวบริเวณหน้า “พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท” ก่อนโดยเจ้าหน้าที่จะค่อยๆลำเลียงประชาชนเข้าไปในพระที่นั่งฯ เนื่องากทางขึ้นนั้นแคบ เจ้าหน้าที่จึงได้จัดแถวจาก 4 แถวตอน เป็น 2 แถวตอน โดยการรอคอยส่วนนี้จะใช้เวลาประมาณ 30 - 40 นาที ก่อนที่จะได้เข้าใกล้บริเวณพระที่นั่งฯ 

เมื่อเดินมาถึงบริเวณพระที่นั่งฯ แล้วทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ถอดรองเท้า พร้อมแจกถุงดำขาดเล็กให้เพื่อใส่รองเท้า จากนั้นก็เข้าแถวในเต๊นท์ขนาดเล็ก ซึ่งแบ่งเป็นแถวย่อยๆละ 2 แถวตอน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้เดินขึ้นไปเป็นลำดับ ยืนรอไม่ถึง 30 นาที ก็ได้ขึ้นไปยังพระที่นั่งฯ โดยเบื้องหน้าเราจะได้เห็นพระบรมโกศตั้งอย่างสง่า ซึ่งได้มีการเว้นที่ตรงกลาง เพื่อให้ประชาชนได้กราบสักการะ ซึ่งสามารถรองรับได้ประมาณ 100 - 120 คน 

เมื่อถึงคิวแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะเชิญให้ประชาชนไปนั่งพับเพียบที่เบื้องหน้าพระบรมโกศ จากนั้นจะให้ใช้เวลาสักครู่ เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเจ้าหน้าที่จะบอกให้กราบ ในส่วนนี้ใช้เวลาประมาณ 3 นาที โดยก่อนออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางเจ้าหน้าที่ได้แจกพระบรมฉายาลักษณ์ และข้าวเปลืองถุงเล็กเท่าฝ่ามือ พร้อมข้อความว่า “พอเพียง” ให้เป็นที่ระลึก 

เมื่อเดินออกมาจากพระบรมมหาราชวัง ก็พบเป็นเวลา 6 โมงเย็นแล้ว เป็นเวลากว่า 13 ชม. ที่เฝ้ารอ ถึงแม้ว่าจะมีเวลาสักการะเพียง 3 นาทีนิดๆ แต่หลายๆคนที่ ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า คุ้มค่ากับที่ได้รอมาตั้งแต่เวลาเช้ามืด 

โดยนางจิณณ์ญาดา ฤกคะมาตย์ พนักงานบริษัทเอกชนพูดความรู้สึกภายหลังสักการะพระบรมศะเสร็จสิ้นว่า ตนได้มารอสักการะพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืด ยอมรับว่าระหว่างรอตนก็มีความเหนื่อยเหมือนคนอื่นๆ เพราะใช้เวลารอที่นานมาก ทั้งนี้ใสนส่วนของการอำนวยความสะดวกของอาสาสมัครนั้นมีความทั่วถึงดี อาจจะมีบกตกหล่นเล็กน้อย แต่ตนก็ไม่ถือ เพราะทุกคนมาด้วยใจทั้งคนที่มาบริการ และคนมาสักการะ 

เมื่อถามว่าการสักการะครั้งนี้ถือว่า คุ้มค่ากับการที่รอคอยหรือไม่ เธอตอบด้วยเสียงสั่นเครือว่าว่ารู้สึกหายเหนื่อย และคิดถึงพระองค์ท่าน จากนั้นมีเพียงน้ำตา ที่สามารถบรรยายความรู้สึกถึงความตั้งใจของเธอที่มาถวายอาลัย ต่ออดีตกษัตริย์อันเป็นที่รักของคนไทย

มีวิธีที่จะทำให้ไม่ต้องรอนานหรือไม่? 

จากการได้ลงพื้นที่จริง พบว่า 13 ชม. คือระยะที่อาจจะต้องใช้เวลารอไปสักการะพระบรมศพในวันปกติ บางวันอาจจะใช้เวลาน้อยกว่านั้น แต่ในวันหยุด มีความเป็นไปได้ที่จะต้องรอนานกว่านี้แน่ จากการที่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ในสนามหลวง ที่มีหน้าที่จัดคิวประชาชนต่างก็บอกกันว่า ถ้ามาช่วงเวลา 19.00 เป็นต้นไป จะใช้เวลารอน้อยกว่าคนที่มาเช้ามืดแน่นอน 

ทั้งนี้ทาง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอร.รส. ได้ประชาสัมพันธ์เป็นระยะว่า ระบบการจัดคิวตอนนี้ถือว่าทำเต็มที่แล้ว ต่อให้ดีกว่านี้ก็ไม่สามารถลดระยะเวลารอคอยได้ เพราะการสักการะพระบรมศพ และพระราชพิธี เป็นเรื่องที่ทางสำนักพระราชวังดูแล เราก้าวล่วงไม่ได้ ทำได้เพียงอำนวยความสะดวกให้ดีที่สุด จึงได้แต่แนะนำให้ประชาชนทยอยเดินทางมาช่วงบ่ายๆของวันธรรมดา เพราะถ้าพากันมาช่วงเช้ามืด ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะได้เป็น 12,000 คนแรกที่ได้เข้าไปสักการะในช่วงครึ่งเช้าของวัน จึงทำให้มีความเสี่ยงที่จะต้องรอนานอย่างแน่นอน 

“รับรองว่าถ้าทยอยมาช่วงเวลาบ่ายเย็นๆ หรือมาต่อคิวก่อน 3 ทุ่ม ก็จะได้เข้าสักการะพระบรมศพอย่างแน่นอน แต่ถ้ามาหลังจากนั้น ก็ไม่เราก็จะไม่ให้ต่อคิว เพราะเป็นเวลาปิดสนามหลวง เพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้นโยบายของเราคือไม่ให้มีคนตกค้างในแต่ละวัน จึงขอแนะนำให้มาช่วงนี้ เพราะไม่ต้องรอนาน” รองแม่ทัพภาคที่ 1 ยืนยัน 

แม้ว่าจะมีการขอความร่วมมือให้ประชาชนทยอยกันมาเป็นระยะก็จริง แต่สิ่งที่ประชาชนต่างต้องการคือ สิทธิการได้เฝ้าสักการะพระรมศพ คนจำนวนมากจึงเลือกที่จะมาเวลาเช้ามืด ยอมรอเป็นเวลานาน แต่เมื่อเทียบกับโอกาสที่จะได้ถวายความอาลัยแล้ว ทุกคนต่างว่าคุ้มค่า

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/730636

05/10/17